รีวิวเหตุการณ์สำคัญ UFC ปี 2020: สนามอันว่างเปล่า, เหล่านักสู้เกินครึ่งร้อยไม่ถูกต่อสัญญา, และการแขวนนวมของตำนานหลายคน I Fist Fight Drama


ปี 2020 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งความท้าทายเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนปัจจัยหลักมาจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก และแน่นอนชีวิตของพวกเราทุกคนเองก็ต้องปรับตัวไม่แพ้กัน 

 

UFC ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 ของสมาคม MMA บุกเบิกและดีที่สุดในโลกเองก็โดนผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าวเช่นกัน และต้องมีการปรับตัวต่างๆเพื่อให้ธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้นอกเหนือจากโควิด-19 แล้วนั้น UFC เองก็ก็ยังมีเหตุการณ์สำคัญอื่นๆตลอดปี 2020 ที่ถือว่าสำคัญไม่แพ้กัน เรามาดูสรุปภาพรวมกันว่าปีที่ผ่านมามีเรื่องราวสำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง

การกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของ Conor Mcgregor

หลังจากพ่ายแพ้ให้กับราชาแห่งรุ่น Lightweight Khabib Nurmagomedov แบบโดนอัดอยู่ข้างเดียวเมื่อปี 2018 Conor McGregor ก็หายไปจากวงการ MMA ถึง 2 ปีเต็ม และแล้วพี่แกก็อดใจไม่ไหวในการสู้ในสังเวียนกรงแปดเหลี่ยมอีกครั้ง โดยขยับขึ้นมาสู้ในรุ่น Weltherweight กับนักสู้จอมขยันสายบู๊อย่าง Donald “Cowboy” Cerrone ในศึก UFC 246 ซึ่งในมุมแฟนๆต่างก็ลุ้นกันว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเพราะ Cerrone เป็นนักสู้สายมวยไทยที่แข็งแกร่งและทนมาก แต่ในท้ายที่สุดซุปตาร์แห่งดินแดน Ireland ก็ไม่ทำให้แฟนๆทั่วโลกผิดหวัง ด้วยการจัดการ Cerrone แบบอะดรีนาลีนคนดูยังไม่ทันหลั่ง ใช้เวลาเพียง 40 วินาทีในการศอกด้วยไหล่จน Cerrone จมูกหัก เตะก้านคอและระดมหมัดล้มทั้งยืนชนะแบบไร้ทางสู้เลยทีเดียว 

ศึกนี้เองยังทำเงินได้มากที่สุดในปี 2020 ด้วยรายได้รวม 11 ล้านเหรียญหรือราว 363 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 4 รายได้สูงสุดตลอดกาลของสมาคม โดยรายได้อันดับ 1 คือศึก UFC 205: Alvarez vs McGregor (2016) รายได้ 17.7 ล้านเหรียญหรือราว 584 ล้านบาท ซึ่งรายได้สูงสุด 3 จาก 5 อันดับแรกมาจากไฟท์ของ Conor McGregor จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าพี่แกจะเป็นนักสู้ที่รวยที่สุดของทุกสถาบัน MMA ในปัจจุบัน


 

Jone Jones ป้องกันและสละเข็มขัดรุ่น Light Heavyweight 

ราชาแห่งรุ่น Light Heavyweight กับสถิติ 25-1 ผู้ซึ่งไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครจริงๆ (หากไม่นับที่แพ้แบบทำผิดกฏให้กับ Matt Hamill) Jon Jones ป้องกันเข็มขัด LHW ได้ราวๆ 14 ครั้ง (นับแบบรวมๆ เพราะพี่แกเล่นโดนริบเข็มขัดไปสองที แต่มาชนะคืนในไฟท์ถัดไป) ศึก UFC 247 เขาได้มาเจอกับนักสู้ฝีมือดีอย่าง Dominick Reyes และชนะคะแนนแบบค้านสายตาให้กับผู้ชมหลายๆคน 

ต่อมา Jon มีปัญหาเรื่องค่าตัวกับ Dana White เพราะเชื่อว่าตนควรได้รับรายได้มากกว่าที่ควรจะเป็น และต้องการสู้กับนักสู้ที่หมัดหนักที่สุดใน UFC อย่าง Francis Ngannou ในรุ่น Heavyweight ซึ่งก็ไม่สามารถตกลงกับ Dana ได้ โดยท่านประธานได้กล่าวว่า Jon เรียกค่าตัวโหดเกินกว่าที่จะจ่ายให้ได้ เพราะต้องการเทียบเท่ากับแชมป์นักมวยสากล Deontay Wilder ซึ่งมีรายได้ราว 30 ล้านเหรียญหรือ 900 ล้านบาท/ไฟท์ และท้ายสุด Jon ก็ได้สละเข็มขัดแชมป์ LHW ในเดือนสิงหาคมและคาดว่าจะขึ้นไปสู้ในรุ่น heavyweight ในปี 2021

ในขณะที่ Dominick Reyes ที่กำลังใจขึ้นสุดขีดเพราะคิดว่าตนเพิ่งจะจัดการแชมป์ LHW ได้นั้น ได้สิทธิ์เจอกับ Jan Blachowicz เพื่อหาแชมป์ LHW คนใหม่ แต่แล้ว Dominick กลับโดยต่อยน็อคในยก 2 ศึก UFC 253 เดือนกันยายน อกหักอดเป็นแชมป์ LHW ต่อไป


 

UFC Fight Island: ดินแดนแห่งการต่อสู้สังเวียนหลักของสมาคม UFC

จากเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่โจมตีไปทั่วโลกและธุรกิจหลายที่มีอันต้องปิดตัวลงชั่วคราว UFC ซึ่งก็โดนผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น Dana White กลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามนั่นคือการมองหาช่องทางเดินหน้าจัดศึกต่อไป จากเดิมที่ธุรกิจต้องเดินทางไปจัดตามรัฐต่างๆในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศเปลี่ยนเป็น “สร้าง” สเตเดี้ยมแข่งขันเป็นของตัวเองซะเลยภายใต้ชื่อ “Fight Island” ที่รัฐอาบูดาบี ประเทศดูไบเพื่อตัดปัญหาความยากลำบากและข้อจำกัดในการขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯนั่นเอง โดยในปี 2020 ได้มีการจัดแข่งขันรวมทั้งสิ้น 5 ศึก


 

มิติใหม่ของนักสู้และผู้ชมทางบ้าน: การต่อสู้ในความเงียบไร้ซึ่งคนดู

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงและมีคนติดโรคนี้เป็นจำนวนมาก แต่ UFC ก็ยังเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อไป ในปี 2020 มีศึกทั้งหมด 46 ศึก (ยกเลิก 5 ศึก) โดย UFC ได้หันมาใช้สถานที่จัดที่ head quarter ที่ UFC Apex, Las Vegas และ Fight Island แทน โดยจำกัดคนเข้าชมได้เพียงคนที่เกี่ยวข้องกับศึกเท่านั้นเช่น โฆษก กรรมการ พี่เลี้ยง ผู้บรรยาย ดังนั้นคนดูทางบ้านได้ชมการต่อสู้แบบเสียงต่อยเป็นต่อย เตะเป็นเตะ ชัดมาก… แต่ไร้ซึ่งเสียงเชียร์จากคนดู


 

UFC ตัดค่าใช้จ่าย ยุติสัญญากับเหล่านักสู้มากถึง 71 คน

เพื่อประคองให้ธุรกิจอยู่รอด UFC เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับนักสู้หลายคนเพื่อลดค่าใช้จ่ายบริษัท มีนักสู้มากถึง 71 คนที่โดนเด้งออกจากสมาคมไปในปี 2020 นักสู้ชื่อดังที่ไม่ถูกต่อสัญญาอาทิ Yoel Romero, Anderson Silva, Corey Anderson, Paige VanZant, Thiago Alves เป็นต้น


 

ไฟท์ฮาแห่งปี! หลอกทั้งคนดูและกรรมการจนแพ้จริงๆ 


Ion Cutelaba 
นักสู้โคตรเลือดร้อนผู้อยากบวกกับคู่ต่อสู้ตลอดเวลาไม่ว่าจะนอกกรงหรือในกรงโคจรมาเจอกับ Magomed Ankalaev จากรัสเซีย และ Ion ได้ใช้กลยุทธ์ “หมัดเมา” คือแกล้งเจ็บ แกล้งเมาหมัด จนคนดูงงว่าที่โดนทั้งต่อยและเตะไปหลายดอกยืนมึนนั้นคือมันเจ็บจริงหรือเปล่าว่ะ แต่ท้ายสุดกรรมการทนยืนดูอาการบาดเจ็บทางสมองไม่ไหวต้องรีบเข้ามายุติการแข่งขันด้วยเวลาเพียง 38 วินาที ทำให้ Ion ประท้วงอย่างหนักว่าตนเองไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย (ซึ่งเอาเข้าจริงผมว่าแม่งก็คงเมาหมัดจริงๆบ้างแหละ) UFC เห็นว่าการแข่งขันนี้ควรจะสานต่อให้จบจริงๆ เลยจัดให้อีกไฟท์ซึ่ง Ion โดนต่อยน็อคจริงในไฟท์รีแมทช์ในยก 1 ด้วยเวลา 4.18 นาที ยุติความซ่าและบ้าระห่ำของ Ion ได้พักหนึ่งเลยทีเดียว


 

การป้องกันเข็มขัด Strawweight สุดมันส์ของแชมป์ชาวจีน WEILI ZHANG 

Weili Zhang นักสู้ไร้พ่ายใน UFC และแชมป์คนแรกและหนึ่งเดียวที่มาจากประเทศในแถบเอเชียได้ป้องกันเข็มขัดรุ่น Strawweight กับอดีตแชมป์ผู้ครองรุ่นนี้ตั้งแต่ปี 2015-2017 อย่าง Joanna Jedrzejczyk โดยทั้งคู่ยืนแลกหมัด เข่า เตะ ครบเครื่องแบบผลัดกันรุกและรับตลอด 5 ยก 25 นาที ซึ่งเป็นไฟท์ที่แนะนำให้ดูอย่างยิ่งเพราะว่าสนุกจริงๆ และได้เห็นถึงจิตวิญญาณของนักสู้ทั้งสองคนซึ่งต่างสู้กันจนหมดพลังกายกันเลยทีเดียว โดย Weili ชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ โดยผลจากกับการโดนโจมตีและสร้างความเสียหายอย่างหนักบนใบหน้า Joanna ถึงกับบวมเป่งและมีเลือดคั่งในหลายจุด


 

เล่นไรกัน?? ไฟท์ที่น่าผิดหวังสำหรับคนดูระหว่างแชมป์ Adesanya vs Romero  

Israel Adesanya แชมป์ชาวไนจีเรียนแต่เติบโตที่ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ปีที่แล้ว 2019 ถือว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จสุดขีดจากการชนะตำนาน Anderson Silva, ชนะแบบรากเลือดให้กับ Kevin Gustalum และในที่สุดก็กระชากเข็มขัดแชมป์ Middleweight จาก Robert Whittaker ได้นั้น

ปีนี้เขาได้สู้แค่ 2 ไฟท์เท่านั้น โดยไฟท์ที่คนดูต่างเฝ้ารอกันคือการเจอกันกับนักมวยปล้ำฝีมือโอลิมปิคและพลังช้างสารอย่าง Yoel Romero นั้นกลับจบลงด้วยความผิดหวังเมื่อ Romero ตัดสินใจที่จะยืนระยะห่างกับแชมป์ตลอด 25 นาที สู้ไป วิ่งไป หลบไป แต่ยังโดนแชมป์เตะพับนอกเป็นระยะๆและจบลงที่ Israel ชนะคะแนนและยังถือเข็มขัดแชมป์ต่อไป โดย Romero ในภายหลัง UFC ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับเขา และ Romero ก็ย้ายไปสู้ให้กับ Bellator แทน

โดยไฟท์ถัดมา Adesanya ป้องกันเข็มขัดแชมป์กับนักสู้กล้ามยักษ์สาย BJJ ขี้โม้ชาวบราซิล Paolo Costa ที่ชนะมา 5 ไฟท์รวดและยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครมาก่อน ได้สิทธิ์ท้าชิงเข็มขัด ซึ่งจากการด่าทอระหว่างกันก่อนศึกทำให้คู่นี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก ท้ายสุด Adesanya จัดหนักเตะต่อยใส่ Paolo แบบข้างเดียวไร้ทางสู้จัดการนักสู้ชาวบราซิลได้ในยก 2 ป้องกันเข็มขัดแชมป์และครองสถิติไร้พ่าย 20-0 ต่อไป ในขณะที่ Paolo Costa แพ้ครั้งแรกรวมสถิติ 13-1


 

Henry Cejudo ปราบอดีต G.O.A.T. Dominick Cruz และแขวนนวมในสังเวียนแปดเหลี่ยม

Henry Cejudo (ชนะ 16 แพ้ 2) อดีตนักมวยปล้ำเหรียญทองโอลิมปิคและแชมป์ UFC 2 รุ่น (Flyweight และ Bantamweight champion) โคจรมาพบอดีตนักสู้ที่เก่งที่สุดตลอดกาลแต่เจ็บบ่อยอย่าง Dominick Cruz อดีตแชมป์ UFC Bantamweight ซึ่งหายไปจากวงการถึง 4 ปีตั้งแต่ 2016 โดย Henry สามารถ TKO น็อค Cruz ไปได้ในยก 2 และเป็นการแพ้แบบ knockout ครั้งแรกของ Cruz จากสถิติรวมชนะ 22 แพ้ 3

Henry ได้ให้สัมภาษณ์หลังชัยชนะทันทีว่าเขาขอแขวนนวมในขณะที่ยังเป็นแชมป์สูงสุด 2 รุ่นและอยากใช้ชีวิตกับครอบครัวให้มากขึ้นหลังจากนี้ แต่ต่อมา post conference ก็ยังไม่วายกล่าวว่าถ้าเงินมากพอก็อาจจะกลับมาอีกก็เป็นได้ และ Dana White เองก็รู้เบอร์มือถือเขา โทรมากริ๊งเดียวก็พร้อมเจรจาเรื่องเงินๆทองๆต่อไป


 

Daniel Cormier แพ้ในไฟท์ไตรภาคให้กับ Stipe Miocic และตัดสินใจแขวนนวม

อดีตแชมป์ผู้ถือครองเข็มขัด UFC 2 รุ่น ในเวลาเดียวกันทั้ง LHW และ HW และถูกยกย่องว่าเป็น 1 ในนักสู้ที่เก่งที่สุดแบบปอนด์ต่อปอนด์อย่าง Daniel Cormier ได้พ่ายแพ้ให้กับ Miocic เสียแชมป์ HW เมื่อปีที่แล้ว และปี 2020 ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งที่ 3 นั้น Daniel ก็แพ้คะแนนแบบเอกฉันท์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขาได้ยืนยันกับ UFC ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ว่าจะชนะหรือแพ้เขาก็จะแขวนนวมในไฟท์นี้ จบสถิติ MMA อยู่ที่ชนะ 22 แพ้ 3 เป็นแชมป์มาแล้วทุกสมาคมที่เขาได้สู้มาทั้งหมดตั้งแต่ XMMA Heavyweight Championship, KOTC Heavyweight Championship, Strikeforce Heavyweight Grand Prix Tournament, และ UFC 2 รุ่น


 

Anderson Silva เองก็ประกาศแขวนนวมเช่นกัน (หรือเปล่า?) 

Anderson Silva (สถิติชนะ 34 แพ้ 11) สุดยอดนักสู้สายมวยไทยตลอดกาลของวงการ MMA อดีตนักสู้ที่เก่งที่สุดในโลกซึ่งเป็นแชมป์รุ่น Middleweight และยังครองสถิตินักสู้ที่ชนะติดต่อกันยาวนานที่สุดจนถึวปัจจุบันรวม 16 ไฟท์ ตั้งแต่ปี 2006-2013 แต่ด้วยอาการบาดเจ็บรวมถึงอายุที่มากถึง 45 ปี ทำให้ 9 ไฟท์ล่าสุดเขาสามารถชนะได้เพียง 1 ไฟท์เท่านั้น โดยไฟท์สุดท้ายเขาแพ้ TKO ให้กับ Uriah Hall ในยก 4 

Dana White ประธาน UFC ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ Anderson Silva เพราะคิดว่า Anderson ควรแขวนนวมได้แล้วและยังไงก็ได้รับการันตีเข้าสู่หอเกียรติยศ UFC Hall of Fame แน่นอน อย่างไรก็ดีถึงแม้ Anderson จะให้สัมภาษณ์ว่าวันเวลาในกรงเหล็กเขามันจบลงแล้ว แต่เขาก็ยังออกมาแก้ข่าวว่าเขายังไม่ได้คิดจะแขวนนวมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตอนนี้พี่แมงมุมยังไม่สามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้เนื่องจากยังไม่มีสมาคมไหนสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขารวมถึง Bellator สมาคม MMA อันดับ 2 ด้วย


 

กลุ่มนักสู้ที่ไปไม่ถึงดวงดาวทั้ง Tony Ferguson, Justin Gaethje และ Jorge Masvidal

Tony Ferguson นักสู้สไตล์การสู้สุดห่ามและอึดฟอร์มกำลังเข้าสู่จุดพีคสูงสุดของอาชีพชนะติดต่อกันมาถึง 12 ไฟท์ เป็น Fight/Performance/Submission of the night ถึง 8 ไฟท์ การันตีความมันส์ทุกครั้งที่ดูพี่แกสู้ Tony นั้นอยู่ระหว่างจะท้าชิงกับยอดมนุษย์ราชาแห่ง Lightweight Division อย่าง Khabib Nurmagomedov แต่แล้ว Khabib ไม่สามารถสู้ได้เนื่องจากไม่สามารถบินเข้าประเทศได้ในช่วง Covid-19 จึงทำให้ Tony ต้องเปลี่ยนมาเจอกับ Justin Gaethje มวยแทนเพื่อหาแชมป์เฉพาะกาล แต่แล้วการเตรียมตัวเพื่อเจอนักสู้คนละสไตล์เล่นงานเขาอย่างแรงเพราะ Justin เป็นสายยืนสู้ไม่ใช่สาย wrestling อีกทั้ง Justin แก้จุดอ่อนของตนที่ว่าสู้ด้วยใจไปด้วยหมัดไม่สนหน้าใครทั้งนั้นทำให้เขาโดนน็อคมาหลายไฟท์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามกับ Tony เขาสู้ได้อย่างชาญฉลาดไม่พรวดพราดเหมือนไฟท์ก่อนๆ ทำให้ไฟท์นี้ทั้งคู่ยืนแลกหมัด เตะกันอย่างดุเดือด รวมถึงเป็นศึกแรกๆที่ไม่มีผู้ชมจึงทำให้ได้ยินเสียงหมัดปะทะหน้าครบทุกดอก ฟังแล้วขนลุกมากเพราะ Tony โดนยำใหญ่จนเละ โดยถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ยอมแพ้แต่กรรมการทนยืนดูไม่ไหวจับแพ้ TKO ในยกสุดท้ายทำให้ Justin ได้แชมป์เฉพาะกาลไปเจอกับ Khabib ช่วงปลายปี ส่วน Tony กระดูกใต้ตาแตก หน้าบวม เลือดคั่ง เพราะโดนต่อยเข้าที่หน้ามากถึง 100 กว่าหมัดในไฟท์นี้

โดย Justin Gaethje เองที่ชนะ Tony มาอย่างน่าประทับใจก็มีความมั่นใจอย่างมากว่าเขาจะสามารถปราบราชา Khabib ได้อย่างแน่นอน แต่ราชาก็คือราชา Khabib จัดการ Justin ได้อย่างหมดจดด้วยท่า triangle choke ยก 2 ดับฝัน Justin ที่จะเป็นแชมป์ที่แท้จริงในที่สุด

Jorge Masvidal ที่ปีที่แล้วเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพ MMA ด้วยการคว้าชัยชนะเข่าลอย 5 วินาที ทำลายสถิติน็อคเร็วที่สุดใน UFC รวมถึงจัดการขวัญใจ gangster Nate Diaz คว้าแชมป์ “BMF – Best Mother Fucker” และความโด่งดังของเขายังช่วยให้ได้ขึ้นปกเกมส์ UFC ภาคล่าสุดอีกต่างหาก อย่างไรก็ตามเมื่อแชมป์รุ่น Weltherweight อย่าง Kamaru Usman ขาดผู้ท้าชิง Jorge ก็ไม่ปล่อยโอกาสที่จะเป็นมวยแทนถึงแม้ว่าจะมีเวลาเตรียมตัวแค่อาทิตย์เดียว และเขาก็สู้ทักษะมวยปล้ำแชมป์ชาวไนจีเรียไม่ไหวแพ้คะแนนแบบขาดลอยในที่สุด


 

Knockout of the year

Knockout แห่งปีหนีไม่พ้นคู่ระหว่าง Joaquin Buckley vs Impa Kasanganay โดยในยก 2 Joaquin เตะซ้ายเข้าไปที่ลำตัวของ Impa แต่โดนจับขาไว้ได้ ทันใดนั้น Joaquin ได้หมุนตัวเตะใส่หน้า Impa ด้วยเท้าซ้ายอย่างจังตาเหลือกหลับกลางอากาศล้มบนเวที หลับยาวๆเลย 


 

นักสู้ที่เก่งที่สุดในโลกประกาศแขวนนวม


และแล้วข่าวที่ทำให้คนดูเสียดายมากที่สุดแห่งปีก็คือพญาอินทรีจากดาเกสถานประเทศรัสเซียผู้ไม่เคยแพ้ใคร แชมป์ UFC รุ่น Lightweight Khabib Nurmagomedov ตัดสินใจอำลาวงการ MMA หลังจากป้องกันเข็มขัดแชมป์ด้วยการ submit Justin Gaethje แบบง่ายดายในยก 2 โดยสาเหตุหลักจากคุณพ่อและโค้ชอย่าง Abdulmanap เสียชีวิตลงจากโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 ทำให้เขาไม่อยากต่อสู้หากขาดพี่เลี้ยงที่เขารักและเคารพในมุมของเขานั่นเอง จบสถิติอาชีพ MMA ที่ชนะรวด 29-0 ไฟท์

อย่างไรก็ตาม Khabib ได้พูดกึ่งรับกึ่งสู้ว่าหากจะให้เขากลับมาสู้อีกรอบค่าตัวเขาอยู่ที่ 100 ล้านเหรียญ หรือราว 3,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับที่ Conor McGregor ได้รับจากการต่อยมวยสากลกับ Floyd Mayweather เราก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าเฮีย Dana White มีปัญญาจ่ายค่าตัวสูงลิ่วนี้ให้กับพญาอินทรีได้หรือไม่


Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

feedback is god!

For better contents to you.